หมอนิล

posted on 06 Nov 2010 22:20 by big-girl in story
 

หมอนิล 

 

อยากเห็น “เรือนพักผู้ป่วยหลังใหม่” ของ “โรงพยาบาลเกาะยาว” จังเลย!!!

                เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นของผมหลังอ่านบทสัมภาษณ์ “หมอนิล” นพ.มารุต เหล็กเพชร ในนิตยสาร “ขวัญเรือน” จบลง

                จากนั้นก็เริ่มค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของ “หมอนิล” คนนี้จาก “เจ้าพ่อกูเกิล”

            โหย...ยิ่งอ่านยิ่งชอบ

                “โรงพยาบาลที่เล็กที่สุดในประเทศไทย แต่จะอบอุ่นที่สุดในโลก”

                นี่คือคำจำกัดความของโรงพยาบาลเกาะยาวที่ตั้งอยู่บนเกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา

                ตามปกติโรงพยาบาลขนาดที่เล็กที่สุดของกระทรวงสาธารณสุข คือโรงพยาบาลขนาด 10 เตียง แต่โรงพยาบาลเกาะยาว ตอนนี้มีแค่ 5 เตียง

                เขามีแผนจะสร้าง “เรือนพักผู้ป่วย” แห่งใหม่ ด้วยแนวคิดใหม่

                “หมอนิล” บอกว่าการออกแบบโรงพยาบาลแบบเดิม ไม่ช่วยให้กระบวนการเยียวยาเกิดขึ้นได้ เพราะรักษาแต่ “ไข้” ไม่ได้รักษา “คน”

                “วิถีแบบเอเชียคือเรามีญาติจำนวนมากที่มาเฝ้าไข้ เราจึงเห็นญาติคนไข้ผลัดเปลี่ยนมานอนเฝ้าอยู่ใต้เตียงโรงพยาบาล”

            นอกจากนั้นพีธีกรรมทางศาสนาที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตตั้งแต่เกิดจนตายควรเกิดขึ้นที่โรงพยาบาล ตั้งแต่การรับขวัญเด็กเกิดใหม่จนถึงการตายอย่างสงบและมีญาติพร้อมหน้าพร้อมตา

                “แต่เราไม่เคยออกแบบพื้นที่ไว้รองรับ”

                “เรือนพักผู้ป่วยแห่งใหม่” จึงเริ่ม “คิดใหม่” ตั้งแต่ “เตียงคนไข้”

                ทำไมต้องเป็นเตียงที่มีราวเหล็กกั้น

                “หมอนิล” เคยมีประสบการณ์ตรงในการยืนตรวจคนไข้บนเตียงที่โรงพยาบาล กับการนั่งตรวจคนไข้ที่นอนอยู่บนฟากที่บ้าน

                แค่ “การยืน” กับ “การนั่ง” ความรู้สึกก็แตกต่างกันแล้ว

                ส่วนในเรือนพักก็จะมีพื้นที่ให้ญาตินอนพักได้

มีสวนสมุนไพร มีสวนครัว และมี “ห้องครัว” ให้ญาติทำอาหารกินกันได้

อาจจะมีห้องสวดมนต์ หรือห้องละหมาด ถ้าชาวบ้านต้องการ

เมื่อญาติมาเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาล ทุกคนควรได้รับการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าอ้วนเกินไปหรือเปล่า

หรืออยู่ว่างๆ ก็ลองเข้าห้องสมุดอบสมุนไพร ช่วยกันก่อฟืน

ที่โรงพยาบาลจะมี “แฟ้มครอบครัว” จะบันทึกข้อมูลสุขภาพของทุกครอบครัว

“เราดูได้ว่าภรรยาของเขาเพิ่งคลอดลูก แม่เขาเป็นเบาหวานเดือนที่แล้วยังไม่ได้รับยา ลูกคนโตยังไม่ได้มาฉีดวัคซีน บรรยากาศของการรักษาจะเต็มไปด้วยการพูดคุย ทำให้ทุกคนในครอบครัวมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพซึ่งกันและกัน”

ไม่แปลกที่ “หมอนิล” จะบอกว่าโรงพยาบาลแห่งนี้เป็น “โรงพยาบาลที่เล็กที่สุดในประเทศไทย”

แต่จะ “อบอุ่นที่สุดในโลก”

 

ทั้งหมดไม่ใช่ “ภาพฝัน” ที่นั่งคิดและจินตนาการเอา

แต่เป็น “เป้าหมาย” ที่อยู่บน “ขั้นบันได” แห่งความเป็นจริง

“หมอนิล” เป็นคนหนุ่มอายุเพียง 32 ปี

เขาตัดสินใจมาประจำที่โรงพยาบาลแห่งนี้ทั้งที่ตอนนั้นเป็นเพียง “สถานีอนามัย”

ทำงานที่นี่มา 8 ปีแล้ว

เขาทำงานเชิงรุกมาโดยตลอด เดินเยี่ยมผู้ป่วยตามชุมชน ทำให้ “หมอนิล” รู้จักคนไข้แทบทุกคน

“การสร้างสุขภาพที่ดีที่เกาะยาว ผมไม่ได้คิดถึงเข็มฉีดยา แต่ผมคิดถึงสังคมที่เป็นสุข และผมสร้างสังคมที่เป็นสุขด้วยตัวผมเองคนเดียวไม่ได้”

“โรงพยาบาล” กับ “ชุมชน” จึงต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน

ชาวบ้านที่เกาะยาวเป็นคนเดินมาบอก “หมอนิล” เองว่าเขาอยากสร้างโรงพยาบาลของเขาเอง

ทุกปีจะมีการหาจัดงานการกุศลเพื่อหาทุนปรับปรุงโรงพยาบาล  

ค่อยๆ ทำทีละเล็กละน้อย

จนวันนี้ “หมอนิล” และชาวบ้านเริ่มคิดการใหญ่

ชุมชนเกาะยาวใหญ่ร่วมกับสถาปนิกกลุ่ม CROSSs ทีมสถาปนิกอาสาที่นำโดย ชวนัฐ ล้วนเส็ง” และเพื่อนๆ G4 Architect ออกแบบ “เรือนพักผู้ป่วย” แห่งใหม่

“เรือนพักผู้ป่วย” ที่ผมอยากเห็นมาก!!!

ใช้งบประมาณ 14 ล้านบาท

อ่านรายละเอียดโครงการน่ารักโครงการนี้ได้ที่ http://kohyaoproject.wordpress.com/

“หมอนิล” บอกว่าสิ่งที่หมอทุกคนควรระวังคือ ความเคยชิน”

“หมอมักจะชินกับสิ่งที่ต้องทำซ้ำๆ กัน และตอบสนองด้วยความเคยชิน ทำมันจนกลายเป็นทักษะและแบบแผนตายตัว”

“อย่าลืมว่าแม้จะเป็นโรคเดียวกันก็จริง แต่คนไข้เป็นคนละคน อย่าลืมว่าความตายก็เหมือนกัน แต่คนตายเป็นคนละคนกัน พอถึงจุดหนึ่งหัวใจเราจะด้านชา มองไม่เห็นความเป็นมนุษย์ในตัวของคนไข้แต่ละคน”

“หมอนิล” เป็นคนคิดนอกกรอบ

เมื่อเขาพบว่าที่เกาะแห่งนี้มีคนจำนวนมากเป็นอัมพฤกษ์และอัมพาตที่ต้องการการทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง

“หมอนิล” แก้ปัญหาด้วยการส่ง “หมอนวดพื้นบ้าน” ไปฝึกเพิ่มเติมกับ “นักกายภาพบำบัด”

“เราเรียกพี่คนนี้ว่านักกายภาพบำบัดชุมชน”

ครับ แผนกกายภาพบำบัดของโรงพยาบาลแห่งนี้ไม่ได้อยู่ที่ “โรงพยาบาล”

แต่อยู่ที่บ้านทุกหลังที่มีคนไข้  

   

หมอนิล” ใช้ชีวิต 5 วันกับอาชีพ “หมอ” ที่ “เกาะยาวใหญ่”

และใช้ชีวิตในวันหยุดที่ “ภูเก็ต” กับร้านหนัง(สือ) 2521 ของเขา

“หมอนิล” เป็นนักอ่าน เป็นนักเขียนมือรางวัลเจ้าของนามปากกาว่า “นฆ ปักษนาวิน”

ทำหนังสั้น ชอบงานศิลปะ

เขาบอกว่าอาชีพหมอทำให้เขาเห็น “คนตาย” เยอะ

“ได้เรียนรู้ว่าชีวิตของเราไม่ได้ยาวอย่างที่เราคิด ถ้าเราอยากทำอะไรก็ให้รีบทำเลย ให้รีบหาความสุขให้เจอว่าคืออะไร”

และ “ความสุข” ที่ตัวเขาค้นเจอก็คือ การได้ทำงานโรงพยาบาลที่เริ่มต้นจาก 0 เห็นโรงพยาบาลเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และยังได้ทำงานด้านการเขียน ทำงานศิลปะที่เขารัก

“ผมไม่ได้ทำเพื่อคนอื่น ส่วนหนึ่งที่ผมทำเพราะอยากจะมีวิถีชีวิตแบบนี้ ทำเพื่อความสุขของตัวเอง”

“สิ่งที่ผมทำไม่ได้เป็นเรื่องยิ่งใหญ่ เป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆ ก็ทำได้ ใครอยากทำก็ลองดู อย่าไปสร้างภาพว่าเป็นอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่”

ตอนอายุ 20 ปี “หมอนิล” บอกว่าเขาเคยคิดว่าจะต้องสร้างอะไรไว้กับโลก

“พออายุถึงตอนนี้ผมกลับไม่ได้คิดอย่างนั้นแล้ว สิ่งยิ่งใหญ่สำหรับมนุษย์คือสิ่งที่เล็กน้อยที่สุด...

...คือ การมองหน้าตัวเองในกระจกแล้วไม่อายเด็กอายุ 20 คนนั้น”

เขาย้ำอีกครั้งว่า “ผมโชคดีที่มีโอกาสเห็นความตายมากกว่าคนปกติ”

...ถ้าเรารู้ว่าเราจะตายอย่างไร

เราจะรู้ว่าเราควรมีชีวิตอยู่อย่างไร

 

 

 

ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ 15 

คำถามสำคัญกว่าคำตอบ

หนุ่มเมืองจันท์

 

Comment

Comment:

Tweet

อ่านคำถามสำคัญกว่าคำตอบแล้วค่ะ ประทับใจกับหมอนิลด้วยคนค่ะ confused smile อยากเห็นโรงพยาบาลตอนสร้างเสร็จแล้วเช่นกันค่ะ

#1 By Öam on 2010-11-07 11:54